นิสสัน มาร์ช รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2525 – 2535)

นิสสัน มาร์ช รุ่นที่ 1 ใช้รหัสตัวถังว่า K10 สำหรับการเปิดตัวได้มีการนำ Masahiko Kondou นักแข่งรถ Formula Nippon และก็เป็น Idol ที่ได้รับความนิยมของวัยรุ่นประเทศญี่ปุ่นในตอนนั้นมาเป็นพรีเซนเตอร์ ส่วนเครื่องจักรกลที่ใช้ เครื่องจักรตัวแรกและก็เริ่มแรกของมาร์ช K10 เป็นเครื่องยนต์กลไกคาร์บูเรเตอร์ MA10S 4ดูด SOHC 8 วาล์ว 987 ซีซี สำหรับเพื่อการขับรถบนถนนจริง พบว่า นิสสัน มาร์ช รุ่นแรก มีอัตราการใช้น้ำมันมัธยัสถ์มากมายเป็น21 กิโล/ลิตร รวมทั้งจากการทดลองพบว่า ถ้าเกิดขับรถด้วยความเร็วคงเดิม 60 กม./ชั่วโมงแล้ว จะสามารถออมน้ำมันได้ถึง 32.5 กม.ต่อลิตร ซึ่งในรูปภาพรวมนิสสัน มาร์ช รุ่นแรก ไปถึงเป้าหมายเป็นอย่างดี ทั้งยังมีการสร้างสรรค์รุ่นพิเศษลิมิเต็ดเอดิชันออกมาอีกหลายรุ่น ก็เลยได้รับการตอบกลับอย่างยอดเยี่ยม แล้วก็เป็นรถยนต์เล็กรุ่นแรก ที่จัดตั้ง TurboChager รวมทั้งหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ในปี 2528 และก็ Nissan March Super Turbo(รวมเทคโนโลยี่ Supercharger รวมทั้ง TurboCharger เอาไว้ภายในเคปรี่อง MA10ET ตัวเดียว )ในปี 2532 และก็สามารถทำยอดจำหน่ายได้ครบ 1 ล้านคันในเวลาแค่ 6 ปีภายหลังเริ่มผลิต และก็มียอดจำหน่าย K10 รวมทั้งสิ้นราวๆ 1.6 ล้านคัน

jumbo jili
ในตอนนั้น บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (เมืองไทย) จำกัด (ประเทศไทยมายากลการในสมัยนั้น) ได้มีการเอามาร์ชรุ่นแรกเข้ามาขายในประเทศไทยด้วย แต่ว่าไม่ประสบผลสำเร็จอย่างสิ้นเชิง ด้วยเพราะว่ามาร์ชในประเทศไทยได้ตัดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกออกมากเกินกว่าที่ลูกค้าจะยอมรับได้ มาร์ชในประเทศญี่ปุ่นมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากยิ่งกว่า มองน่าขับมากยิ่งกว่า ในระหว่างที่โตโยต้า สตาร์เล็ต ให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมามากกว่าและก็มองกระปรี้กระเปร่ากว่า เนื่องจากเป็นโมเดลศาสนาเชนจ์ที่เปิดตัวตามหลัง March 3 ปี แม้กระนั้นเมืองไทยพึ่งเอามาขายก็เลยหมดโอกาสปัดกวาดยอดจำหน่ายก่อน Starlet จะเข้ามา หรือแม้กระทั้งซูซูกิ คัลตัส ที่บริษัทในเครือไทยมายากลการหมายคือประเทศไทยระหว่างชาติ คอร์เปอเรชั่น (เดี๋ยวนี้เป็น ซูซูกิ มอเตอร์ เมืองไทย) นำเข้ามา จะมองเห็นไม่เหมือนกันอย่างแจ่มแจ้ง มีอีกทั้งเข็มวัดรอบสวยงาม เบาะสวยงาม มีสปอยเลอร์ มองน่าระทึกใจมากยิ่งกว่าทั้งยังในตอนนั้นรถยนต์ที่คนประเทศไทยนิยมสูงที่สุด เป็นรถเก๋งซีดานขนาดเล็ก ตัวอย่างเช่น มิตซูบิชิ แลนเซอร์, โตโยต้า โคโรลล่า, ฮอนด้า ซีวิค, นิสสัน ซันนี่ อื่นๆอีกมากมาย เพราะเหตุว่ามีความคุ้มราคาพอดีที่สุด (บรรทุกได้หลายๆคน ใช้ได้ทั้งที่ยังไม่ตายรถยนต์ครอบครัวแล้วก็รถส่วนตัว และไม่สิ้นเปลืองน้ำมันมากเท่าไรนัก) ทั้งชาวไทยในยุคนั้นมีทัศนคติที่เกิดโทษต่อรถยนต์ด้านหลังกุด ด้วยเกรงว่าผู้โดยสารที่เบาะหลังจะเกิดอันตรายได้ง่ายซึ่งถ้าหากว่าถูกชนด้านหลังเพราะเหตุว่าไม่มีกระโปรงท้ายรถรอกัน ทำให้ยอดจำหน่าย นิสสัน มาร์ชในประเทศไทยมีเพียงแค่ 30 คันต่อเดือนแค่นั้น (ทั้งประเทศ) ในตอนที่ซันนี่ทำยอดจำหน่าย 200 คันต่อเดือน ส่วนสตาร์เล็ตเคราะห์กรรมก็ไม่มีความต่างจากมาร์ช ถึงกับขนาดชวนสื่อมวลชนไปเยี่ยมโรงงานและก็ให้ทดสอบขับก่อนวางขาย ทำยอดจำหน่ายเพียงแค่ 50 คันต่อเดือนแค่นั้น

สล็อต
จากนั้นก็เลยแผ่วๆปลายลงไป จนถึงบริษัทนิสสันในประเทศไทยหรือไทยมายากลการจะต้องจบวิธีขายมาร์ชอย่างเป็นทางการลง ใน พุทธศักราช 2530 ก่อนจะมาเปิดตัวมาร์ชรุ่นที่ 4 อีกทีในขณะนี้ นับตั้งแต่นั้นนิสสันก็ไม่มีแผนประกอบรถยนต์เล็กวางขายในไทยอีกเลย จนถึง Toyota กับ Honda ได้เปิดตัว Soluna รวมทั้ง City เพื่ออุดช่องว่างรถยนต์เล็กราคา 3-4 แสนบาท ตอนที่ Corolla รวมทั้ง Civic ราคาสัมผัส 6 แสนบาทแล้ว บรรลุความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ทำให้บรรดารถยนต์เล็กจากประเทศเกาหลีที่เคยเป็นที่นิยมจำต้องม้วนเสื่อกลับไป และก็นิสสันเองต้องการจะบุกตลาดรถยนต์เล็กบ้าง ถึงแม้ว่าตนเองไม่ประสบความสำเร็จในเครือญาติ NV ซึ่งเป็นโครงงานทำรถยนต์เล็กเพื่อตลาด ASEAN แม้กระนั้นเนื่องจากว่าในยุคนั้นเศรษฐกิจประเทศญี่ปุ่นเริ่มพบเจอปัญหา ทำให้เป็นการนำ Sunny California รวมทั้ง Wingroad มาประกอบขายในไทย ในชื่อ NV-A แต่ว่าเพราะราคาผิดจริงนัก และก็มีการเปิดเสรีรถยนต์นำเข้าแล้ว ทั้งยังชาวไทยไม่นิยมรถยนต์ Station Wagon นัก ก็เลยควรจะมีการปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงเป็นรถปิคอัพหัวตั๊กแตน ในชื่อ NV Pickup (NV-B) ที่ทำยอดจำหน่ายใช้ได้ รวมทั้งยังมีกระแสข่าวลือว่าไทยมายากลการจะปรับเปลี่ยน NV-A เป็นรถยนต์ซีดานขนาดเล็กเพื่อแข่งกับคู่ต่อสู้ในยุคนั้น และก็กำหนดราคาไว้ที่ 299,000 บาท ซึ่งไม่มีผู้ใดเชื่อ ด้วยเหตุว่าไม่น่าเป็นได้ จากนั้นก็ไม่มีอะไรบ้างในกอไผ่ ต่อไปภาพลักษณ์ความโหฬารของนิสสันก็เบาๆเลือนหายไปเพราะว่าไม่มีรถยนต์เล็กอุดช่องว่าง ตราบจนกระทั่งเปลี่ยนมือไปสู่สมัยของพรเทวดา พรประภา ความนึกคิดที่จะทำรถยนต์เล็กก็ไม่เป็นตัวเป็นตนซักหน จนกว่าตอนเปิดตัว Sunny NEO เมื่อกันยายนปี พุทธศักราช 2543 ตอกย้ำซ้ำเติมว่ารถยนต์เล็กนั้นโตยากแม้ว่าผ่านตอนวิกฤติเศรษฐกิจมาได้ไม่นานนัก แต่ว่าจากการโหมกระหน่ำของ Toyota Soluna Vios รวมทั้ง Honda City ทำให้ตลาดรถยนต์นั่งขยายตัวเร็วมากจนถึงทำให้นิสสันยากที่จะขยับขยายยอดจำหน่ายให้ใกล้เคียงคู่ปรปักษ์ได้ เพราะว่าในยุคนั้นนิสสันมีรถยนต์นั่งแค่เพียง Sunny NEO แล้วก็ Cefiro ทำตลาดเพียงแค่นั้น ทำให้นิสสันไม่อาจจะถือครองยอดจำหน่ายชั้น 3 รองจากอีซูซุได้อีกเลยจนกระทั่งตอนนี้ เมื่อคู่ปรับโกยฐานระดับล่างก็พอๆกับว่าสร้างฐานลูกค้าที่อดทนกว่านิสสันจนถึงยากที่จะไม่ยอมรับ

สล็อตออนไลน์
แม้กระนั้นในยุคนั้นภายหลังจากส่ง Carlos Ghosn มาบริหารตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2542 ก็ไม่มีแผนที่จะทำรถยนต์เล็กเพื่อตลาด ASEAN เนื่องจากว่าบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นขู่เข็ญให้ประเทศไทยมายากลแนวทางการขายหุ้นอย่างเบ็ดเสร็จก็เลยไม่มีรถยนต์ใหม่ๆเข้ามาทำตลาด จนกว่าเข้ามาบริหารเองได้ในปี พุทธศักราช 2546 จนกระทั่งตอนนี้นิสสัน มาร์ช รุ่นที่ 2 ใช้รหัสตัวถังว่า K11 สำหรับการดีไซน์ได้ใช้โปรแกรม CAD มาช่วยสำหรับเพื่อการสร้าง และก็วางแบบให้มีทรงโค้งมน กลมกลึง มองเป็นมิตรกว่ารุ่นเดิมมากมาย นอกเหนือจากนั้นยังได้แปรไปใช้เครื่องยนต์กลไกแบบ CG10DE 4ดูด DOHC 16 วาล์ว 987 ซีซี เป็นเครื่องรุ่นมาตรฐาน มีระบบระเบียบเกียร์ปกติ 5 สปีด กับเกียร์อัตโนมัติ CVT รวมทั้งได้สร้างสถิติอย่างน่ามอง โดยได้รับรางวัลรถยนต์เยี่ยมยอดที่ปีของประเทศญี่ปุ่น (Car of the Year Japan) รายปี 1992 รวมทั้งเป็นรถยนต์รุ่นแรกของประเทศญี่ปุ่นที่เอารางวัลรถยนต์ดีเลิศที่ปีของยุโรป (European Car of the Year) รายปี 1993 ซึ่งในรายการทีวีซีรีส์ประเทศญี่ปุ่นเรื่อง แชมป์เชือดแชมป์ ตอน World Records ที่กระจายเสียงในประเทศไทยในตอน พุทธศักราช 2552 สำหรับการแข่งดริฟท์หยุดรถยนต์ ก็ใช้รถยนต์ นิสสัน มาร์ช รุ่นที่ 2 สำหรับในการแข่ง

jumboslot
อย่างไรก็แล้วแต่ นิสสัน มาร์ช รุ่นที่ 2 ยังมีความปลอดภัยไม่มากมายซักเท่าไหร่ จากการทดลองของหน่วยงานทดลองความปลอดภัยของยานยนต์ Euro NCAP ได้ประเมินว่า นิสสัน มาร์ช รุ่นที่ 2 มีความปลอดภัยเพียงแค่ระดับ 2 ดาว จาก 5 ดาว
รุ่นที่ 3 (พุทธศักราช 2545 – 2553) นิสสัน มาร์ช รุ่นที่ 3 นิสสัน มาร์ช รุ่นที่ 3 ใช้รหัสตัวถังว่า K12 ปรับปรุงขึ้นบนเบื้องต้นของแบบ B-Platform เปิดตัวใน พุทธศักราช 2544 เริ่มการสร้างกันอย่างเป็นจริงเป็นจังใน พุทธศักราช 2545 ตัวถังใหม่มีความโค้งงอมนเยอะขึ้นเรื่อยๆ สูงมากขึ้น และก็กว้างขึ้น ซึ่งสือมวลชน รวมทั้งสถาบันการออกแบบชั้นหนึ่งหลายที่ ก็ต่างออกมาเห็นด้วยว่างานชิ้นนี้มีดีไซน์ผิดแผกแตกต่าง มองเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการเน้นการเพิ่มพื้นที่ในห้องโดยสาร การใช้ไฟหน้าทรงแบบดวงตาการ์ตูนบักส์ บันนี ทรงรถยนต์แบบทางลมช่วยลดแรงโต้ลมระหว่างการวิ่ง (ค่า Cd.=0.32) เสาหลังคาข้างหลังถูกลดความยาวลงเพื่อลดจุดบอดของสายตาขณะถอยหยุด และก็มากับเทคโนโลยีใหม่หมายถึงKeyless Ignition เป็นจะมีรีโมทกุญแจไว้ให้ผู้ครอบครองรถยนต์ เมื่อผู้ครอบครองรถยนต์พกรีโมทกุญแจเข้ามาในรถยนต์ จะสามารถกดปุ่มสตาร์ทรถยนต์ได้ในทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจ (ราวกับ โตโยต้า ยาริส ในตอนนี้)
เครื่องยนต์กลไกแปรไปใช้เครื่องจักรกลแบบ CR โดยใช้เครื่องยนต์กลไก CR10DE เป็นรุ่นมาตรฐาน เกียร์ปกติถูกยกเลิกไปในดูเหมือนจะทุกรุ่น ละเว้นรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์กลไกจำพวก CR12DE จะยังผลิตเกียร์ปกติให้เลือกเป็นพิเศษ มีสีตัวถังให้เลือกถึง 12 สี

slot