นิสสัน ซิลฟี่

นิสสัน สิลฟี้ (Nissan Sylphy) หรือในสมัยก่อนเรียกว่า นิสสัน บลูเบิร์ด สิลฟี (Nissan Bluebird Sylphy) เป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (Compact Car) ผลิตโดยนิสสัน เริ่มการสร้างใน พุทธศักราช 2543 เพื่อชดเชยรถยนต์รุ่นก่อนหน้าเป็น นิสสัน ซันนี่ แล้วก็ นิสสัน บลูเบิร์ด ซึ่งอีกทั้ง 2 รุ่นนี้ได้จบการสร้างรวมทั้งแนวทางการทำตลาดแล้ว ตามความจริงแล้ว บลูเบิร์ดรวมทั้งบลูเบิร์ด สิลฟีเป็นรถยนต์ต่างชนิดกัน โดยนิสสัน บลูเบิร์ด เป็นรถยนต์นั่งขนาดกึ่งกลาง ส่วนบลูเบิร์ด สิลฟี เป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ผลิตมาแล้วถึง 3 เจนเนอเรชั่นร่วมกัน โดยรุ่นตอนนี้ได้ตัดคำว่า บลูเบิร์ด ออกไป คงเหลืออยู่เพียงแต่คำว่าสิลฟีแค่นั้น
เมืองไทย เคยนำบลูเบิร์ด สิลฟี Generation ที่ 1 มาผลิตรวมทั้งขายในตอน พุทธศักราช 2543-2549 โดยบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (เมืองไทย) จำกัด และก็ยังมีให้มองเห็นทั่วๆไป จนกระทั่งมาถึง Generation ที่ 2 รุ่นนี้ขาดตลาดในไทย จนกระทั่งในปี พุทธศักราช 2555 ได้นำกลับมาผลิตรวมทั้งขายในประเทศไทยอีกรอบ ใน Generation ที่ 3
รุ่นที่ 1 (พุทธศักราช 2543-2549)

jumbo jili
นิสสัน บลูเบิร์ด สิลฟี รุ่นที่ 1
นิสสัน บลูเบิร์ด สิลฟี รุ่นที่ 1 ผลิตหนแรกในปี พุทธศักราช 2543 ใช้รหัสเป็น G10 มีเครื่องยนต์กลไกให้เลือก 4 แบบ มีเครื่องจักร 1.5 1.6 1.8 แล้วก็ 2.0 ลิตร มีชื่อสำหรับการส่งออกเป็น นิสสัน พัลซาร์ (ออสเตรเลีย) นิสสัน ซันนี่ (เมืองไทย, ประเทศสิงคโปร์, ประเทศฮ่องกง และก็ในแถบตะวันออกกลาง) นิสสัน เซนทรา (ประเทศจีนไต้หวัน, ประเทศฟิลิปปินส์, มาเลเซีย รวมทั้งอินโดนีเซีย) นิสสัน อัลเมรา (ประเทศบรูไน) มีการไมเนอร์ศาสนาเชนจ์หนแรกเมื่อปี พุทธศักราช 2547 โดยปรับกระเต็มที่ให้เหมือนนิสสัน เทียน่า และก็เลิกผลิตในปี พุทธศักราช 2549 โฉมนี้ เคยเอามาขายในไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีชื่อเสียงของคนประเทศไทยในชื่อ นิสสัน ซันนี่ นีโอ ตอนปี พุทธศักราช 2543-2549 เป็นตลาดที่ 2 ต่อจากประเทศญี่ปุ่น ช่วงวันที่ 16 เดือนกันยายน พุทธศักราช 2543 และก็ถูกนำไปดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขเป็น Almera Sedan สำหรับตลาดยุโรป Pulsar Sedan ในประเทศออสเตรเลีย แล้วก็ Sunny Almera ในประเทศไทย เปิดตัวเมื่อปี พุทธศักราช 2545 ใช้เครื่องจักรกล 1.8 ลิตร แม้กระนั้นมียอดจำหน่ายไปได้เรื่อยไม่มีความสำเร็จมากนัก เนื่องด้วยการเปิดตัว Toyota Corolla Altis สำหรับตลาดทวีปเอเชีย เมื่อก.พ.ปี พุทธศักราช 2544 ในตลาดไต้หวัน รวมทั้งเปิดตัวในไทยในงาน Bangkok Motor Show 2001 เริ่มขายจริงเมื่อพ.ค.ปีเดียวกัน ทำให้ตลาดกลุ่มนี้มีการแข่งกันอย่างลุกเป็นไฟ และก็ทำให้รถยนต์ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ที่อยู่ในตลาดตอนนั้น รวมทั้ง Sunny Neo เปลี่ยนเป็นรถยนต์ที่เชย รวมทั้งโบราณไปเพียงแต่ชั่วช้าข้ามคืน มียอดจำหน่ายพอเพียงประคองตัวให้อยู่รอดได้แค่นั้น แล้วก็ยังมีผลให้ยอดจำหน่ายของนิสสันในไทยในตอนนั้นเริ่มลดน้อย เหตุเพราะบริษัทแม่ปรารถนาเข้ามาทำตลาดเอง แต่ว่าไทยมายากลการ ในฐานะผู้ถือสิทธิ์การสร้าง นำเข้าแล้วก็จัดจำหน่ายนิสสันไม่ยินยอม ทำให้บริษัทแม่ตัดการเกื้อกูล รวมทั้งช่วยเหลือรถยนต์แบบใหม่ๆมาทำตลาด อีกทั้ง X-Trail รุ่นแรกและก็ Navara สูญเสียจังหวะสำหรับการทำตลาดช้าไปนับเป็นเวลาหลายปี ท้ายที่สุด ภายหลังจากเจ้าสัวถาวร พรประภาถึงแก่มรณกรรมไปได้พักใหญ่ การพูดจากับทางประเทศญี่ปุ่นพอดี นิสสันก็เลยเข้ามาเพิ่มทุนในประเทศไทยมายากลการ 7.6 พันล้านบาท พร้อมตั้ง Siam Nissan Automobile ก่อนที่จะแปลงชื่อเป็น Nissan Motors Thailand ในปี พุทธศักราช 2552 จนกระทั่งปัจจุบันนี้

สล็อต
โฉมนี้มีการผลิตเกียร์ 2 ต้นแบบหมายถึงเกียร์ปกติ 5 สปีด แล้วก็เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด (โฉมนี้ยังไม่มีการสร้างเกียร์ CVT) รุ่นที่ 2 (พุทธศักราช 2549-2555)นสสัน บลูเบิร์ด สิลฟี รุ่นที่ 2 นิสสัน บลูเบิร์ด สิลฟี รุ่นที่ 2 ผลิตคราวแรกในปี พุทธศักราช 2549 รหัสเป็น G11 มีเครื่องจักรให้เลือก 3 แบบหมายถึง1.5 1.6 แล้วก็ 2.0 ลิตร โดยได้เลิกผลิตรุ่นเครื่องยนต์กลไก 1.8 ลิตร มีชื่อสำหรับการส่งออกชื่อเดียวเป็น นิสสัน สิลฟี (จีน) โดยโฉมนี้ไม่มีจัดจำหน่ายในประเทศไทย ทั้งๆที่เหมาะสมจะเอามาประกอบขายในไทยมากยิ่งกว่า เพราะเหตุว่าถูกดีไซน์ให้มีห้องโดยสารที่หรูหรากว่า เอาอกเอาใจชาวเอเชียอย่างเห็นได้ชัด ไม่เหมือนกับ Tiida ที่ถูกวางแบบมาเพื่อคนญี่ปุ่น ซึ่งถูกใจรถยนต์ขนาดเล็ก แต่ว่ามีด้านในใหญ่มโหฬารเท่าที่จะทำเป็น แม้กระนั้นเนื่องมาจากความอยากได้ที่ต่างกันในแต่ละภูมิภาค ทำให้ขั้นตอนการปรับปรุงคลุมเครือ ทำให้ไม่อาจจะทำทุนให้ลดน้อยลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่มีอำนาจการเจรจาต่อรองไม่สูงเท่าาประเทศสหรัฐอเมริกาและก็จีน ทำให้ราคาปลีกสูงยิ่งกว่าที่ตั้งหัวใจไว้ ทำให้ Tiida ถูกเอามาผลิตและก็ขายในประเทศไทยแทน แม้ว่าจะไม่สามารถที่จะพูดว่าเป็นรุ่นที่ชดเชย Sunny NEO ได้อย่างเต็มปาก ถ้าเกิดแม้กระนั้นจะต้องทำตลาดแทน Sunny Neo ที่จบหน้าที่ไปแล้วเท่านั้น โฉมนี้เป็นโฉมท้ายที่สุดที่มีการผลิตเครื่องจักร 1.5 แล้วก็ 2.0 ลิตรขายอีกด้วย

สล็อตออนไลน์
มีเกียร์ 3 แบบให้เลือกหมายถึงเกียร์ปกติ 5 สปีด เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด รวมทั้งเกียร์ CVT โดยโฉมนี้เป็นโฉมในที่สุดที่มีการผลิตเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดขาย รวมทั้งโฉมตั้งแต่นี้ต่อไปจะไม่มีอีก จากนั้นนิสสันที่ประเทศรัสเซียก็เอามาผลิตภายหลังจากตกรุ่นแล้วโดยใช้ชื่อว่านิสสัน อัลเมราโดยดีไซน์ข้างในหลายๆอย่างใหม่อีกด้วยรุ่นที่ 3 (พุทธศักราช 2555-2563) นิสสัน บลูเบิร์ด สิลฟี รุ่นที่ 3 นิสสัน บลูเบิร์ด สิลฟี รุ่นที่ 3 ผลิตทีแรกในปี พุทธศักราช 2555 โดยเปิดตัวหนแรกที่จีน แล้วก็มีการเข้าไปเปิดตัวแล้วถึง 5 ประเทศหมายถึงจีน ไทย อเมริกาเหนือ ประเทศออสเตรเลีย และก็นิวซีแลนด์ โดยมีแผนสำหรับการส่งเข้าไปตลาดในอีก 120 ประเทศทั่วทั้งโลกในปี คริสต์ศักราช 2014 รหัสเป็น B17 มีเครื่องจักรเพียงแค่ 2 ขนาดเป็น1.6 และก็ 1.8 ลิตร โดยได้นำรุ่น 1.8 ลิตรกลับมาผลิตอีกที มีเกียร์ 2 แบบให้เลือกซื้อ เป็นเกียร์ปกติ 5 สปีด และก็เกียร์ CVT โฉมนี้ ทางนิสสัน มอเตอร์(เมืองไทย) ได้นำกลับมาผลิตแล้วก็จัดจำหน่ายอีกที ในส.ค. พุทธศักราช 2555 โดยมีอารยา เอ ฮาร์เก็ต รวมทั้งธนวรรธน์ วรรธนะภูติ เป็นพรีเซนเตอร์อีกด้วย

jumboslot
รุ่นที่ 4 B18 (พุทธศักราช 2562-เดี๋ยวนี้) นิสสัน บลูเบิร์ด สิลฟี รุ่นที่ 4 นิสสัน บลูเบิร์ด สิลฟี รุ่นที่ 4 ผลิตคราวแรกในปี พุทธศักราช 2562 โดยเปิดตัวหนแรกที่เซี่ยงไฮ้ เมืองจีน ต่อจากรุ่นน้องอย่าง Nissan Versa นิสสันเผยโฉมคอมแพคท์คาร์ Nissan Sylphy แบบใหม่เจนเนอเรชั่น 4 (Nissan Sentra ในสหรัฐอเมริกา) ตลอดที่งาน 2019 Shanghai Auto Show แน่ๆว่างานออกแบบยังคงเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งผอง ไม่ว่าจะเป็นข้างนอกหรือด้านใน ซึ่งช่วยทำให้รถยนต์ในกรุ๊ปซีดานของนิสสันยุคสมัยใหม่มีภาพลักษณ์ของความสปอร์ตมากขึ้นในทุกคลาสตั้งแต่ออกมาจากโรงงาน
โฉมนี้ ทางนิสสัน มอเตอร์(เมืองไทย) ได้นำกลับมาผลิตรวมทั้งจัดจำหน่ายอีกรอบ ในปี พุทธศักราช 2563 แม้กระนั้นมีข่าวสารแจ้งมาว่า นิสสัน มอเตอร์ เมืองไทย ร่อนจดหมายถึงตัวแทนขายทั้งประเทศ โดยมีใจจุดสำคัญที่กล่าวว่า “จบกระบวนการทำตลาดรถยนต์ 3 รุ่น ดังเช่นว่า X-Trail, Teana รวมทั้ง Sylphy อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. เป็นต้นไป”

slot