ซูบารุ 1000

ซูบารุ 1000 เป็นรถยนต์เคลื่อนล้อหน้ารุ่นแรกที่ผลิตโดย ซูบารุ, แล้วก็ยังเป็นรถยนต์รุ่นแรกของซูบารุ ที่ได้ใช้เครื่องยนต์กลไกบ๊อกเซอร์อีกด้วย.ในปี 1960 ซูบารุ มีความต้องการที่จะสร้างรถยนต์แบบใหม่ขึ้นมาแทนที่ ซูบารุ 1500 พวกเขาก็เลยได้ปรับปรุงรถยนต์ขึ้นมาหนึ่งรุ่นภายใต้รหัสแผนการ A-5 รถยนต์ต้นแบบระหว่างการพัฒนานั้นเป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่ถูกใส่เครื่องยนต์บ๊อกเซอร์(Boxer engine) 4จังหวะ 4ดูด ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาด 1500cc เคลื่อนล้อหน้า ระบบกันกระเทือนข้างหน้าแบบปีกนกคู่ จากทรัพยากรณ์ที่มีจำกัดของ FHI ซูบารุก็เลยจำต้องจบแผนการไว้เพียงเท่านั้น ในตอนที่ ซูบารุ 360 ถูกวางขายอยู่นั้น ซูบารุเองอยากได้รถยนต์ที่นั่งสบายกว่า คันใหญ่มากยิ่งกว่า แล้วก็สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้4คนโดยไม่ทราบสึกแออัดคับแคบ ซึ่งดูเหมือนโตโยต้า โคโรลล่า, นิสสัน ซันนี, มาสด้า แฟไม่เลีย, ฮีโน่ คอนเตซซ่า, อิซูสุ เบลเลตต์, แล้วก็ มิตซูบิชิ วัวลต์ 1000 จะเป็นตัวเลือกที่ดีมากยิ่งกว่า ซูบารุ 360 นอกเหนือจากการที่จะปรารถนารถยนต์ที่คันใหญ่ขึ้นนั่งสะบายขึ้นแล้วนั้น ซูบารุยังปรารถนาที่จะลดเสียงดังรบกวนรวมทั้งเพิ่มพื้นที่ด้านในห้องโดยสาร โดยการย้ายเครื่องยนต์กลไกมาไว้ข้างหน้าของตัวรถยนต์รวมทั้งแปลงมาใช้ระบบขับล้อหน้าแทนระบบเคลื่อนล้อหลังแบบเดิม รวมถึงเปลี่ยนแปลงมาใช้ระบบกันกระเทือนแบบอิสระอีกทั้ง4ล้อในในตอนนั้นรถยนต์ประเทศญี่ปุ่นที่ใช้เครื่องจักรบ๊อกเซอร์ วางไว้รอบๆข้างหน้าของตัวรถยนต์และก็ใช้ระบบเคลื่อนล้อหน้านั้น มีแค่เพียง โตโยต้า พับบลิก้า ที่ใช้เครื่องจักรกล เชื้อสาย U แค่นั้น

jumbo jili
ในปี 1963 ซูบารุได้พยามยามที่จะเริ่มแผนการปรับปรุงรถยนต์แบบใหม่อีกรอบ ภายใต้รหัสโครงงาน A-4 ด้วยความยาวตัวถัง 3,885 mm (153.0 in), ความยาวฐานล้อ of 2,400 mm (94 in), ความกว้างฐานล้อหน้า 1,230 mm (48 in), ความกว้างฐานล้อหลัง 1,220 mm (48 in), น้ำหนักรวม 500 kg (1,100 lb) จากขนาดของตัวรถยนต์ A-4 ก็เลยถูกจัดไว้ภายในรถยนต์ขนาดเล็ก. เพื่อจะลดเสียงดังรบกวนและก็แรงสั่นจากเครื่องจักรกล ทั้งต้องการให้เครื่องจักรกลมีขนาดเล็กลงอีกด้วย รถยนต์ต้นแบบ A-4 ก็เลยถูกจัดตั้งด้วยเครื่องจักรขนาด 923cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ แทนที่เครื่องยนต์กลไก 1500cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ ที่ถูกจัดตั้งในรถยนต์ต้นแบบ A-5 รถยนต์ต้นแบบถูกทดสอบผลิตออกมาในทันทีในรหัสสายการสร้าง A-63 และก็ถูกเปิดตัวในชื่อ ซูบารุ 1000

สล็อต
ซูบารุ 1000 สเตชัน วาก้อน
ในวันที่ 21 ต.ค. ปี 1965 ซูบารุได้กระทำเปิดตัว ซูบารุ 1000 คราวแรกที่ บังกะโล ฮิลตัน โฮเตล เมืองโตเกียว(Hilton Hotel Tokyo) ในตอนนี้รู้จักในชื่อ โฮเตล โตคิว แคปปิตอล(Hotel Tokyu Capitol) ในวันที่ 29 ต.ค. ภายหลังจากเปิดตัวได้ 8 วัน ซูบารุได้นำ ซูบารุ 1000 ไปแสดงที่งาน เมืองโตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่12 (12th Tokyo Motor Show) แม้กระนั้นกว่าที่จะเปิดขายก็ตรงเวลากว่า 1 ปีภายหลังงานเปิดตัว ซูบารุเริ่มจัดจำหน่าย ซูบารุ 1000 ในวันที่ 14 เดือนพฤษภาคม ปี 1966 บารุ 1000 ได้รับการต่อว่าดตั้งเครื่องจักรที่มีความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนกับรถยนต์จำนวนมากทีมีขายเวลานี้ ด้วยเครื่องจักรบ๊อกเซอร์ 4 ดูด โอเวอร์เฮดวาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ วิศวกรของซูบารุได้เริ่มจากการเรียนรู้เครื่องยนต์กลไกของ พอเพียงร์เช่, ดีเคดับบลิว รวมทั้ง เชฟโรเลต คอร์แว วิศวกรของซูบารุมีความคิดเห็นว่าน่าจะนำเครื่องจักรประเภทนี้มาจับคู่กับระบบเคลื่อนล้อหน้า ปัญหาหลักที่วิศวกรได้เจอเป็น การใช้ยูนิเวอร์แซลหน้าจอยท์(Universal joints)หรือกระสุนกากบาทกับเพลาขับหน้านนั้น ทำให้มีการสั่งสั่นสะเทือนค่อนข้างจะมากมาย แต่ว่าปัญหานั้นก็ได้รับความช่วยเหลือเกื้อกูลจากผู้สร้างกระสุนแบริ่งมีชื่อเสียงอย่าง โตโย แบริ่ง (Toyo Bearing) เดี๋ยวนี้รู้จักในชื่อ เอ็นคราวเอ็น(NTN) วิศวกรจากซูบารุรวมทั้งโตโยแบริ่งได้ด้วยกันสร้างสรรค์สิ่งใหม่ใหม่ที่มีชื่อว่า ดับเบิ้ลออฟเซ็ตหน้าจอยท์(Double offset joint)ขึ้นมา รวมทั้งได้ประยุกต์ใช้งานแทนยูนิเวอร์แซลหน้าจอยท์เดิม ในตอนนี้เครื่องจักรบ๊อกเซอร์ได้เปลี่ยนเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของรถยนต์ซูบารุไปแล้ว
ระบบบังคับเลี้ยว และก็ ระบบกันสั่นสะเทือน
ชนิดระบบบังคับเลี้ยว : แร็คแอนด์พิเนี่ยน(Rack and Pinion)
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด : 4.8 เมตร
ชนิดระบบกันสั่นสะเทือน : ข้างหน้าแบบ อิสระปีกนกคู่(Double Wishbone) ข้างหลังแบบ อิสระเทรลลิ่งอาร์ม(Trailling Arm)
ระบบเบรก : ดรัมเบรกทั้งยัง4ล้อ คู่หน้าใช้แบบ ดูโอ้เซอโอ้อวด(Duo Servo) คู่หลังจากใช้แบบหลีดดิ้ง (Leading)
ปริมาณยาง : 5.50-13-4PR
ราคาจัดจำหน่าย ในประเทศประเทศญี่ปุ่น เมื่อพฤษภาคม ปี 1966
ซูเปอร์เดอลุกซ์(Super Deluxe) : 580,000 ¥, เดอลุกซ์(Deluxe) : 535,000 ¥, สแตนดาร์ด(Standard) : 495,000 ¥.
ซูบารุ 1000 เอสเอส

สล็อตออนไลน์
ข้างหน้าของ ซูบารุ 1000 สปอร์ต ซีดาน
รุ่นสปอร์ทของ ซูบารุ 1000 ถูกเปิดตัวออกมาในวันที่ 1 พ.ย. ปี 1967 ซูบารุ 1000 เอสเอส มีพื้นฐานมาจาก ซูบารุ 1000 ที่ได้ถูกปรับปรุงปรับแต่งในหลายจุด, เครื่องจักรกล EA52 ถูกปรับแต่งในจำนวนไม่น้อยส่วน ไม่ว่าจะเป็น เพลาราวลิ้น ฝาดูด แล้วก็ เพลาข้อเหวี่ยง แล้วก็แปรไปใช้คาร์บูเรเตอร์คู่จาก มิคูนิ-โซเล็ก(Mikuni-Solex)ทำให้อัตราส่วนกำลังเพิ่มเป็น 10:1 รวมทั้งซูบารุเรียกเครื่องจักรที่ถูกปรับแต่งในคราวนี้ว่า EA53 ตัวเขียนย่อ เอสเอส(SS) มาจากคำว่า สปอร์ทซีดาน (Sport Sedan)

jumboslot
จากเครื่องยนต์กลไกที่ถูกปรับแต่งแล้วจับคู่กับระบบเคลื่อนล้อหน้าแล้วก็น้ำหนักตัวรถยนต์ที่ค่อย ทำให้ซูบารุ 1000 เอสเอส เปรียบเสมือน อาวุธร้าย ในกันยายนปี 1968 ซูบารุ 1000 เอสเอส สามารถครองแชมป์ในรายการชิงชัย แจแปนิส อัลไพน์ แรลลี่ ครั้งที่10 (10th Japanese Alpine Rally)ได้เสร็จ
ความเคลื่อนไหวตลอดช่วงอายุ ซูบารุ 1000 รหัสตัวถัง A12/512/522 (ปี1966 ถึง ปี1969)
-21 เดือนตุลาคม 1965 : เปิดตัวต่อสื่อมวลชนคราวแรกที่อพาร์เม้นท์ ฮิลตัน โฮเตล เมืองโตเกียว(Hilton Hotel Tokyo)ในตอนนี้รู้จักในชื่อเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ โฮเตล โตคิว แคปปิตอล(Hotel Tokyu Capitol)
-29 ต.ค. 1965 : นำไปจัดโชว์ที่งานเมืองโตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่12 (12th Tokyo Motor Show)
-14 พ.ค. 1966 : เปิดตัวต่อหมู่ชนหนแรกที่บังกะโล ทาคานาวะ ปริ๊นซ์ โฮเตล(Takanawa Prince Hotel) แล้วก็เริ่มจัดโร้ดโชวน์ 3 จังหวัดแรกที่ซูบารุนำรถยนต์ ซูบารุ 1000 ไปขายเป็น เมืองโตเกียว, ไอจิ แล้วก็ โอซาก้า รถยนต์รุ่นแรกที่ผลิตออกมาขายมีรหัสตัวถังเป็น A522 หมดการจัดโร้ดโชว์ในกรกฎาคมปีเดียวกันนั้น
ต.ค. 1966 : เพิ่มเข็มขัดนิรภัยแบบ3จุด เป็นวัสดุอุปกรณ์เลือกจัดตั้งเสริม
-15 ก.พ. 1967 : เปิดตัวรุ่น 2 ประตูซีดานมีรหัสตัวถังเป็น A512
-10 เดือนมิถุนายน 1967 : ปรับไมเนอร์ศาสนาเชนจ์ เปลี่ยนแปลงรหัสตัวถังเป็น A-12
เดือนสิงหาคม 1967 : เพิ่มระยะค้ำประกันเป็น 2 ปี หรือ 50,000 กิโล
-14 ก.ย. 1967 : เปิดตัวรุ่น 5 ประตู สเตชันวากอน ราคาขาย รุ่นเดอลุกซ์(Deluxe) 525,000 ¥, รุ่นสแตนดาร์ด(Standard) 475,000 ¥.
-1 เดือนพฤศจิกายน 1967 : เปิดตัวรุ่น สปอร์ทซีดาน ราคา620,000 ¥
-1 เดือนกรกฎาคม 1968 : เปิดตัวรุ่น 3ประตู สเตชันวากอน รหัสตัวถัง A-41 ราคาจัดจำหน่าย รุ่นเดอลุกซ์(Deluxe) 498,000 ¥, รุ่นสแตนดาร์ด(Standard) 448,000¥.
-23 ก.ย. 1968 : ชนะการประลองรายการ แจแปนิส อัลไพน์ แรลลี่ ครั้งที่10(10th Japanese Alpine Rally)
-1 พ.ย. 1968 : เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ ซูเปอร์เดอลุกซ์(Super Deluxe) ราคาจัดจำหน่าย รุ่น4ประตูซีดาน 580,000 ¥, รุ่น2ประตูซีดาน 545,000¥.
-1 มี.ค. 1969 : เปิดตัวรถยนต์แบบใหม่ เอฟเอฟวัน(FF-1)

slot