SIG550 ไรเฟิลคุณภาพจากแดนนาฬิกา

SIG550 ไรเฟิลคุณภาพจากแดนนาฬิกา สวิทเซอร์แลนด์หนึ่งในประเทศที่แสนสงบภูเขาสวยวิวทิวทัศน์อันแสนที่จะงดงามนาฬิกาแสนหรูหรา อาหารชึ้นชื่อก็มีมากมาย (แต่ชีสแพงชิปหาย) ถ้าคุณได้ไปประเทศที่แสนสงบนี้อย่าพลาดที่จะชิมอาหารแสนอร่อยอย่าง Fondue ร้อนๆ หรือ Geschnetzeltes ที่ทำจากเนื้อลูกวัวหั่นเป็นชิ้นบางๆเคี่ยวกับซอสครีมแสนเข้มข้น แต่วันนี้ผมจะไม่ได้มาพูดถึงเรื่องเหล่านั้นผมจะมาพูดถึงหนึ่งในไรเฟิลที่ขึ้นชื่อของสวิทเซอร์แลนด์SIG550
The history of the sig550
ย้อนกลับไปช่วงปี ค.ศ. 1963 ทาง บริษัท Schweizerische lndustrie Gesellscarhaft หรือที่พวกท่านรู้จักกันในนาม SIG นั่นแหละครับ ได้ร่วมมือกับทางบริษัท Beretta ประเทศอิตาลิ เพื่อทำการพัฒนาปืนไรเฟิลจู่โจมรุ่นใหม่ขึ้นมาเพื่อมาทดแทนปืนไรเฟิลแบบเก่าของตัวเอง โดยตัวปืนนั้นได้รับการออกแบบให้ใช้งานกระสุนขนาด 5.56x45mm Nato ได้ซึ่งทางนาโต้พึ่งประกาศให้เป็นกระสุนมาตฐานชนิดใหม่ได้ไม่นานัก โดยตัวปืนนั้นได้ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Gas operate roller-lock system เป็นระบบปฏิบัติการหลักของตัวปืนแต่ถึงกระนั้นหลังจากตัวปืนตัวต้นแบบนั้นออกมาได้ไม่นานนักทางกองทัพสวิสเซอร์แลนด์ก็ได้ประกาศชื่อของปืนกระบอกนี้มาโดยทางสวิสเซอร์แลนด์ได้ตั้งชื่อปืนกระบอกนี้ว่า sig 530 แต่ด้วยการพัฒนานั้นประสบความปัญหาความล่าช้าบวกกับทาง Beretta นั้นมีความเห็นไม่ตรงกับทาง SIG จนในที่สุดทาง Beretta นั้นได้ประกาศแยกตัวการพัฒนากับทางบริษัท SIG และได้หันไปพัฒนาปืนไรเฟิลของตัวเองโดยพัฒนาเสร็จแล้วชื่อว่า Beretta Ar70/90
โดยหลังจากทาง Beretta ได้แยกตัวไปนั้นทางบริษัท SIG ก็ได้ตัดสินใจจะนำปืนไรเฟิล SIG 530 นั้นไปพัฒนาต่อด้วยตัวของตัวเองโดยทาง SIG นั้นได้เปลี่ยนแปลงตัวระบบของลูกสูบเป็นแบบลูกสูบช่วง

เครดิตฟรี

ยาวและได้นำระบบrotating bolt ของปืนที่โด่งดังที่สุดในช่วงนั้นอย่าง AK-47 มาทำการดัดแปลงและทำการพัฒนากับปืนไรเฟิลของตัวเอง โดยระบบการยิงของตัวปืนนั้นมีทั้งหมด 3 แบบคือ
1.semi auto

2.Full auto

3.Brust

โดยทางบริษัท SIG นั้นพยายามทำการออกแบบตัวปืนด้วยวัสดุคุณภาพดีควบคู่กับการทำให้ตัวปืนนั้นมีราคาถูกด้วยและด้วยความที่ระบบกลไกลของมันนั้นมันซับซ้อนน้อยกว่าเจ้าปืน Sig 530 ที่กลไกลของตัวปืนนั้นซับซ้อนกว่ามากและแพงกว่ามาก โดยหลังจากที่คัวปืนนั้นได้รับการออกแบบเสร็จในปี ค.ศ. 1972 ทางบริษัท Sig นั้นได้ทำการตั้งชื่อปืนกระบอกนี้ว่า sig 540 และตัวปืนได้รับเข้าประจำการในกองทัพสวิสในช่วงปี ค.ศ. 1977 โดยทาง Sig 540 นั้นได้ใช้ระบบปฏิบัติการแบบลูกสูบยาก rotating bolt โดยตัวปืน Sig 540 นั้นมีตัวปรับแรงดันแก๊สอยู่ 3 ตำแหน่งได้แก่
1.”0” ใช้ในกรณีที่ยิงเครื่องยิงลูกระเบิดจากปากลำกล้องแบบ FN/Luchaire Type 58-N

  1. ”1” ใช้ในกรณีสภาพแวดล้อมปกติ
  2. ’’2” ใช้ในกรณีที่สภาพแวดล้อมนั้นเลวร้าย เช่นหนาวแบบพ่อตาย ร้อนแบบหูดับตับไหม้ ลุยน้ำลุยโคลนแบบชิปหายวายวอดเป็นต้น

โดยหลังจากยิงกระสุนหมดนั้นตัว Bolt ของปืนนั้นจะเปิดออกเพื่อเป็นการบอกผู้ใช้งานว่ากระสุนนั้นหมดแล้ว และศูนย์เล็ง โดยศูนย์เล็งของตัวปืนนั้นสามารถปรับระยะสูงสุดได้ที่ระยะ 500 เมตร

สล็อต

แต่ถึงกระนั้นทางกองทัพสวิสเซอร์แลนด์ก็ได้สั่งซื้อปืน Sig 540 นั้นไปทำการดัดแปลง(อีกครั้ง) โดยในปี 1981 ทางสวิสเซอร์แลนด์ก็ได้ทำการพัฒนากระสุนชนิดใหม่เพื่อนำไปดัดแปลงไปใช้กับเจ้าปืน sig 540 โดยทางกองทัพสวิสเซอร์แลนด์นั้นได้นำการะสุนขนาด 7.62x51mm Nato เป็นต้นแบบในการพัฒนาโดยหลังจากการพัฒนาเสร็จก็ได้กระสุนขนาด 6.45×48 GP 80 มาใช้เป็นของตัวเองแต่ถึงกระนั้นเนื่องจากขนาดของตัวกระสุนที่มันใหญ่เกินไปทางกองทัพสวิสได้ทำการนำเจ้ากระสุน 6.45×48 GP 80 ไปดัดแปลงให้มันเล็กลงและโดยลงขนาดเหลืออยู่ที่ 5.6x45mm โดยทางสวิสได้ตั้งชื่อกระสุนชนิดนี้ว่า 5.6x45mm gp90 โดยตัวกระสุนนั้นมีขนาดเท่ากับ 5.56x45mm Nato โดยมันสามารถใช้ร่วมกันได้เนื่องจากตัวกระสุนมีขนาดเท่ากันเป๊ะ (แต่ถึงจะขนาดเท่ากันใช้ร่วมกันได้แต่มันไม่ใช่ชนิดเดียวกันนะครับและกระสุน 5.6x45mm gp90 นั้นสวิสนั้นพัฒนาขึ้นมาเองโดยใช้หลักที่ว่าสามารถใช้ร่วมกับกระสุนของนาโต้ได้แต่ไม่ได้ลอกกันมาและไม่ใช่ตัวเดียวกัน)
ซึ่งทางสวิสได้ตัดสินใจนำกระสุนขนาด 5.6x45mm gp 90 เข้าประจำการโดยทางกองทัพได้ตัดสินใจนำกระสุน gp 90 นี้ไปดัดแปลงใส่กับปืน sig 540 ขอตัวเองและนำและทำการเปลี่ยนชื่อปืนที่ใช้กระสุน gp 90 นอกจากนี้แล้วตัวปืนยังได้ทำการเปลี่ยนพานท้ายแบบใหม่และทำการพัฒนาชุดยิงแบบใหม่โดยทางสวิสได้ตั้งชื่อปืนกระบอกนี้ว่า sig 541 หรือ Sturmgeweher-90 หรือเรียกย่อสั้นๆว่า stgw 90 ในขณะที่รุ่นส่งออกนั้นจะเปลี่ยนไปใช้กระสุนขนาด 5.56x45mm Nato m855 แทน โดยทางสวิสได้นำเจ้าปืน sig 541 เข้าประจำการแทนปืน Sig 540 ทั้งหมด ทำให้เจ้าปืน sig 541 นี้กลายเป็นปืนไรเฟิลประจำกายใหม่และเป็นปืนไรเฟิลมารตฐานของกองทัพสวิสในปี 1983 และเจ้าปืน sig 540 กระบอกแรกนั้นได้ออกจากโรงงานในปี 1986 (ล่อไป3ปีกว่าจะได้เข้าประจำการจริงๆ ) จนในถึงช่วงทศวรรศที่ 1990 ทาง sig ก็ได้นำเจ้า sig 541 มาพัฒนา(อีกครั้ง) ในชื่อ sig 550 โดยเจ้าปืน sig 550 นั้น ได้พัฒนาขึ้นมาเยอะมากถ้าเทียบกับตัว sig 541
โดยที่เปลี่ยนแปลงจากเจ้า sig 541 นั้นมีดังนี้
1.พานท้ายแบบ fodling stock พับเก็บได้แทนที่พานท้าย Full stock แบบเก่าที่เป็นแบบตายตัว

  1. น้ำหนักตัวปืนนั้นเบาขึ้นเมื่อเทียบกับเจ้า sig 541

3.ตัวปืนสามารถใช้แม็กกาซีนมารตฐานนาโต้ได้ต่างจากตัว sig 541 ที่ต้องใช้แม็กกาซีนของตัวมันเองเท่านั้น

4.ทำการเปลี่ยนปลอกลดแสงแบบใหม่เพื่อให้แรงสะบัดของตัวปืนนั้นน้อยลงเมื่อเทียบกับตัว sig 540
โดยรุ่นส่งออกของ sig 550 นั้นจะเปลี่ยนไปใช้กระสุนขนาด 5.56x45mm Nato แทนกระสุน GP-90 ของตัวเองโดยทางกองทัพสวิสเซอร์แลนด์ได้ทำการสั่งซื้อ sig 550 แทน sig 541 ที่ใช้ในกองทัพแทนทั้งหมด

Iron sight ศูนย์เล็งของปืน
ศูนย์เล็งของปืน sig 550 นั้นพัฒนามากจากศูนย์เล็งแบบเรืองแสงตอนกลางคืนของปืน hk g3 โดยตัวปืนสามารถปรับระยะเล็งสูงสุดได้ถึง 500 เมตร ซึ่งในการปรับศูนย์ของตัวปืนนั้นจะมีเลขกำกับไว้อยู่ คือ
1.ระยะ100 เมตรมีเลข1 กำกับไว้
2.ระยะ200 เมตรมีเลข2 กำกับไว้
3.ระยะ300เมตรมีเลข3 กำกับไว
4ระยะ400 เมตรมีเลข4 กำกับไว้

สล็อตออนไลน์

โดยส่วนใหญ่แล้วการปรับศูนย์เล็งให้ไปถึงระยะ 400-500 เมตรนั้นจะใช้กับการยิงแข่งขันกันการมากกว่าที่จะนำมาใช้ในการรบจริงๆ โดยศูนย์เล็งของตัวปืนนั้นจะเป็นศูนย์เล็งแบบต่ำเพื่อให้ผู้ทำการยิงนั้นชะโงกหัวออกจากที่กำบังน้อยที่สุดในขณะที่กำลังยิงปืน

Stock พานท้ายของปืน
ตัวพานท้ายของปืนนั้นจะทำการหุ้มด้วยยางเพื่อดูดซับแรงกระแทกของตัวปืนและด้านบนของพานท้ายนั้นมีแผ่นรองแก้มไว้เพื่อให้ผู้ใช้งานนั้นรู้สึกสบายและสะดวกในกางเล็งปืนมากยิ่งขึ้น โดยด้ามจับของตัวปืนนั้นมีช่องเล็กๆไว้สำหรับเป็นพื้นที่สำหรับเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดของตัวปืนได้ด้วย (ลักษณะคล้ายๆของตระกูล M16 แต่ของ M16 นั้นจะเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดไว้ที่พานท้ายของปืน )

Magazin ของปืน
แม็กกาซีนของตัวปืนนั้นจะเป็นลักษณะโปร่งใสซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สามารถของเห็นกระสุนในแม็กกาซีนได้ว่าเหลือกระสุนอยู่นัดและตัวแม็กกาซีนนั้นทำมาจากวัสดุโพลีเมอร์ทำให้แม็กกาซีนั้นมีขนาดเบา

ภายในตัวปืน
และตัวโกร่งไกของปืนนั้นสามารถพับออกไปด้านข้างได้ด้วยหากในกรณีที่ผู้ใช้นั้นสวมถึงมือขณะยิงอยู่ ตัวด้ามจับและพานท้ายของปืนนั้นทำมาจากโพลีเมอร์คุณภาพสูงทำมาจากโพลีเมอร์คุณภาพสูงทำให้ตัวปืนนั้นมีน้ำหนักที่เบาและตัวปืนั้นยังสามารถติดตั้งขาทรายได้ด้วยโดยทางกองทัพสวิสเซอร์แลนด์นั้นได้นำเจ้าปืน sig 550 ไปทดสอบทั้งลุยน้ำลุยโคลนแบบทรหด เพื่อทดสอบความอึดถึกทนของตัวปืนโดยการทดสอบครั้งนั้นสามารถผ่านไปได้ด้วยดีถึงแม้จะมีรายงานว่าตรงตัวท่อแก็สชองปืนนั้นจะมีปัญหากับพวกโคลนหรือน้ำทำให้ตัวปืนนั้นเกิดอาการท่อแก็สกร่อนตามมาซึ่งต่อมาทางกองทัพสวิสเซอร์แลนด์ก็ได้แก้ไขปัญหาตรงนี้โดยได้เปลี่ยนไปใช้ ท่อแก็สแบบใหม่ โดยการผลิตท่อแก็สนั้นทางโรงรานจะใช้วิธีโดยทำการใช้โลหะแผ่นปั๊มขึ้นรูป โดยตัวลำกล้อง และตัว Bolt ของตัวปืนนั้นจะใช้วิธีการขึ้นรูปแล้วรบด้วยแก็สไนรโตเจน เพื่อให้ตรงส่วนลำกล้องนั้นมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้นและให้คาร์บอนภายในตัวนั้นเกิดอาการเล็กน้อยมากที่สุด โดยตัวลำกล้องของตัวปืนนั้นจะมีรอบเกลียวอยู่ 1/10 ถ้าใช้กระสุน gp 90 แต่ถ้าในรุ่นส่งออกนั้นตัวลำกล้องจะเหลือเพียง 1/7 เพื่อรองรับกระสุนขนาด 5.56x45mm Nato m855

jumboslot

และสำหรับภารกิจพลแม่นปืนนั้นตัวปืน sig 550 จะทำการติดกล้องเล็งกากบาท แบบ kern 4×24 กำลังขยาย x4

เครื่องยิงลูกระเบิด Grenade launcher
นอกจากนี้แล้วตัวปืนยังสามารถที่จะติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิดแบบ sig gl5040 ขนาด 40 mm ได้ด้วยโดยตัวเครื่องยิงลูกระเบิดนั้นจะมีระยะยิงอยูที่ 200 เมตร โดยตัวเครื่องยิงลูกระเบิดนั้นทำมาจากวัสดุอะลูมีเนียมคุณภาพสูงทำให้ตัวเครื่องยิงลูกระบิดนั้นมีน้ำหนักเพียง 1.7 kg เท่านั้น
ดาบปลายปืน bayonet ตัวปืนั้นสามารถติดดาบปลายปืนอเมกประสงค์สำหรับการต่อสู้ระยะประชิดโดยตัวดาบนี้ ผลิต โดย wenger ตัวดาบมีความยาว 310 mm และตัวใบมีดมีความยาว 177 mm

slot